
จัดทำบทความโดย นางสาวลัดดาวัลย์ แสนขอนยาง เลขทะเบียน 5002110028
ผู้ว่า ธปท.ส่งซิกอาจลดดอกเบี้ยนโยบายไม่แรง เก็บกระสุนรอใช้จังหวะเหมาะ
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 33 นาทีที่แล้ว
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ส่งสัญญาณการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ อาจจะปรับลงไม่มาก เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ หากจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาก เพราะผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีไม่มาก
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 33 นาทีที่แล้ว
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ส่งสัญญาณการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ อาจจะปรับลงไม่มาก เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ หากจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาก เพราะผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีไม่มาก
"ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากปัจจัยภายนอก ผลที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ กระสุนหากใช้ผิดจังหวะอาจจะเสียเปล่า เราจำเป็นต้องเก็บกระสุนเพื่อเล็งในจังหวะที่เหมาะๆ ให้ได้ผลที่ดีกว่า"นางธาริษา กล่าว ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า ขณะที่ต่างประเทศสามารถใช้นโยบายการเงินเชิงรุก เนื่องจากเป็นปัญหาเฉพาะหน้าจึงต้องการให้เห็นผลที่เป็นรูปธรรมในเวลารวดเร็ว ซึ่งการใช้นโยบายการเงินด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยลงคราวละมากๆ จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังและรอบคอบ เพราะอาจเกิดผลเสียทางจิตวิทยาที่รุนแรงได้ เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางมีข้อมูลเชิงลึกมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ ธปท.ไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิด ขณะที่การใช้นโยบายการเงินจะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจได้รวดเร็วกว่านโยบายการเงิน และภายหลังจากที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายแล้ว ธปท.อยากเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระบบลง เพื่อช่วยลดภาระหนี้ของประชาชน และเกิดการกระตุ้นการใช้จ่ายอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าการ ธปท.ปฏิเสธที่จะระบุว่า กนง.จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมากน้อยเพียงใด เพราะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของที่ประชุมฯ ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวอีกว่า ประเทศไทยควรใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจในระยะยาว เพื่อความไม่ประมาทและเตรียมพร้อมที่จะรองรับสถานการณ์ในอนาคต เช่น การเข้าไปซื้อสินทรัพย์ราคาถูกในต่างประเทศเพื่อขยายฐานและรองรับการลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัว สำหรับในปี 51 เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของระบบธนาคารพาณิชย์อยู่ในระดับสูงถึง 15.5% ซึ่งถือว่ามีมากเพียงพอที่จะนำไปปล่อยสินเชื่อ เพียงแต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเรื่องความเสี่ยงมากขึ้น และในระยะต่อไปภาคเอกชนรายใหญ่อาจเข้ามาแย่งการกู้เงินของรายย่อยมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลือด้วยการค้ำประกันสินเชื่อรายย่อย และตั้งกองทุนช่วยเหลือเรื่องสินเชื่อแก่รายย่อย
คำถาม
ข้อ1.การใช้นโยบายการเงินด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยลงคราวละมากๆ จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังและรอบคอบ เพราะเหตุใด
ข้อ2.ในปี 51 เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของระบบธนาคารพาณิชย์อยู่ในระดับใด
ข้อ3.รัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลือในด้านใด
5 ความคิดเห็น:
คำตอบคือ
1. แบ่งออกเป็น 7 ประเภท (1) ตั๋วแลกเงิน (2) เช็ค (3) ตั๋วสัญญาใช้เงิน (4) ตั๋วเงินคลัง (5)ตั๋วเงิน ฝาก(6) บัญชีเงินกู้ยืมระหว่างธนาคาร(7) พันธบัตรในตลาดซื้อคืน
2. แบ่งเป็น 7 ประเภทคือ (1) หุ้นสามัญ (2) หุ้นบุริมสิทธ์ 3) ใบสําคัญและสิทธิ์ การจองซื้อหุ้นสามัญในอนาคต (4) หน่วยลงทุน (5) หุ้นกู้ (6) หุ้นกู้แปลงสภาพ (7) พันธบัตรรัฐบาล
3. มีวัตถุประสงค์เพื่อกู้ยืมเงินมาพยุงฐานะเงินคงคลัง (เงินสด) ของรัฐบาลการจําหน่ายทําโดย ธปท. โดยวิธีประมูลในระบบอีกส่วนลด
นายวศิน ลี้หลบพาล
เลขทะเบียน 4901108388
คำตอบคือ
1.แบ่งออกเป็น 7 ประเภท (1) ตั๋วแลกเงิน (2) เช็ค (3) ตั๋วสัญญาใช้เงิน (4) ตั๋วเงินคลัง (5)ตั๋วเงิน ฝาก(6) บัญชีเงินกู้ยืมระหว่างธนาคาร(7) พันธบัตรในตลาดซื้อคืน
2.แบ่งเป็น 7 ประเภทคือ (1) หุ้นสามัญ (2) หุ้นบุริมสิทธ์ 3) ใบสําคัญและสิทธิ์ การจองซื้อหุ้นสามัญในอนาคต (4) หน่วยลงทุน (5) หุ้นกู้ (6) หุ้นกู้แปลงสภาพ (7) พันธบัตรรัฐบาล
3.เพื่อกู้ยืมเงินมาพยุงฐานะเงินคงคลัง (เงินสด) ของรัฐบาลการจําหน่ายทําโดย ธปท. โดยวิธีประมูลในระบบอีกส่วนลด
นางสาวกมลชนก ศิริดำรงค์กุล
เลขทะเบียน 4901108396
ข้อ1. 7 ประเภท (1) ตั๋วแลกเงิน (2) เช็ค (3) ตั๋วสัญญาใช้เงิน (4) ตั๋วเงินคลัง (5)ตั๋วเงิน ฝาก(6) บัญชีเงินกู้ยืมระหว่างธนาคาร(7) พันธบัตรในตลาดซื้อคืน
ข้อ2. 7 ประเภทคือ (1) หุ้นสามัญ (2) หุ้นบุริมสิทธ์ 3) ใบสําคัญและสิทธิ์ การจองซื้อหุ้นสามัญในอนาคต (4) หน่วยลงทุน (5) หุ้นกู้ (6) หุ้นกู้แปลงสภาพ (7) พันธบัตรรัฐบาล
ข้อ3. วัตถุประสงค์เพื่อกู้ยืมเงินมาพยุงฐานะเงินคงคลัง (เงินสด) ของรัฐบาลการจําหน่ายทําโดย ธปท. โดยวิธีประมูลในระบบอีกส่วนลด
นางสาว สุพรรษา ศรีสุวรรณ์
เลขทะเบียน 4901108430
1. แบ่งออกเป็น 7 ประเภท (1) ตั๋วแลกเงิน (2) เช็ค (3) ตั๋วสัญญาใช้เงิน (4) ตั๋วเงินคลัง (5)ตั๋วเงิน ฝาก(6) บัญชีเงินกู้ยืมระหว่างธนาคาร(7) พันธบัตรในตลาดซื้อคืน
2. แบ่งเป็น 7 ประเภทคือ (1) หุ้นสามัญ (2) หุ้นบุริมสิทธ์ 3) ใบสําคัญและสิทธิ์ การจองซื้อหุ้นสามัญในอนาคต (4) หน่วยลงทุน (5) หุ้นกู้ (6) หุ้นกู้แปลงสภาพ (7) พันธบัตรรัฐบาล
3. มีวัตถุประสงค์เพื่อกู้ยืมเงินมาพยุงฐานะเงินคงคลัง (เงินสด) ของรัฐบาลการจําหน่ายทําโดย ธปท. โดยวิธีประมูลในระบบอีกส่วนลด
นางสาวพัชราภรณ์ ตั้งมนัสสุขุม
เลขทะเบียน 48210375
1. แบ่งออกเป็น 7 ประเภท (1)ตั๋วแลกเงิน (2)เช็ค(3)ตั๋วสัญญาใช้เงิน(4)ตั๋วเงินคลัง(5)ตั๋วเงินฝาก(6)บัญชีเงินกู้ยืมระหว่างธนาคาร(7)พันธบัตรในตลาดซื้อคืน
2. แบ่งเป็น 7 ประเภทคือ (1)หุ้นสามัญ(2)หุ้นบุริมสิทธิ์(3)ใบสำคัญและสิทธิ์การจองซื้อห้นสามัญในอนาคต(4)หน่วยลงทุน(5)หุ้นกู้(6)หุ้นกู้แปลงสภาพ(7)พันธบัตรรัฐบาล
3. มีวัตถุประสงค์เพื่อกู้ยืมเงินมาพยุงฐานะเงินคงคลัง(เงินสด)ของรัฐบาล การจำหน่ายทำโดย ธปท.โดยวิธีประมูลในระบบอีกส่วนลด
นางสาว มัตติกา กันทะ
4901100597
แสดงความคิดเห็น