วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551

BCP คาดปี 52 ค่าการกลั่นเฉลี่ยที่ 4-5 เหรียญหลังทำสัญญาล่วงหน้าแล้ว40%


จัดทำบทความโดย นางสาวดวงกมล นันท์สิทธิ์ เลขทะเบียน 5002110023

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 20 นาทีที่แล้ว
นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บางจากปิโตรเลียม (BCP) คาดปี 52 ค่าการกลั่นของบริษัทเฉลี่ยระดับ 4-5 เหรียญ/บาร์เรล จากก่อนหน้านี้คาดค่าการกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่ 6 เหรียญ/บาร์เรล เนื่องจาก เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น บริษัทได้มีการทำสัญญาล่วงหน้าค้าการกลั่นที่ระดับ 7 เหรียญ/บาร์เรล สัดส่วน 40% ของกำลังการกลั่น อายุสัญญาครอบคลุมถึงปี 52 ซึ่งเป็นช่วงค่าการกลั่นอยู่ในช่วงขาลง
" ยอมรับว่าธุรกิจโรงกลั่นเข้าสู่ธุรกิจขาลง เนื่องจากจะมีโรงกลั่นใหม่ที่อินเดีย และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ปริมาณการใช้ลดลง แต่ยังมั่นใจค่าการกลั่นของเรายังอยู่ระดับ 4-5 เหรียญ ไม่น่าจะลงไปถึง 2 เหรียญเหมือนปี 40" นายอนุสรณ์ กล่าว นายอนุสรณ์ ยอมรับว่า ความต้องการใช้น้ำมันในประเทศในปีหน้าคาดว่าจะติดลบ 5% หากจีดีพีโตในระดับ 0-2% จากประมาณการเดิมที่คาดว่าความต้องการใช้จะติดลบ 3% ดังนั้น บริษัทจึงต้องหาตลาดส่งออกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจา โดยในส่วนน้ำมันเตา ได้เซ็นสัญญาขายหมดทั้งจำนวนจนถึงสิ้นปี 52 ในปี 52 BCP จะมีกำลังการกลั่น 9.5 หมื่นล้านบาร์เรล/วัน หลังโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน ( PQI) แล้วเสร็จ ทำให้บริษัทต้องหาทุนหมุนเวียนเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง โดย BCP ได้เซ็นสัญญากับธ.ทหารไทย (TMB) มูลค่ากว่า 1.5 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม คาดว่าปีหน้าหลังโครงการ PQI บริษัทจะผลิตน้ำมั้นเบนซิน และ ดีเซลรวมกันได้มากขึ้นเป็นกว่า 60% จากปัจจุบันได้กำลังการกลั่นรวมกันประมาณ 30% ขณะที่น้ำมันเตาเหลือสัดส่วนการกลั่น 10% จากเดิม 30%

คำถาม
1. คาดว่าความต้องการการใช้น้ำมันในปีหน้าจะเป็นอย่างไร
2. ในปี 52 คาดว่าค่าการกลั่นของบมจ.ปิโตรเลียม (BCP) เฉลี่ยอยู่ในระดับที่เท่าไร
3. หากจีดีพีโตในระดับ 0-2% ความต้องการใช้จะติดลบเท่าใด

เศรษฐกิจฮ่องกง-อิตาลีถดถอย


จัดทำโดย นางสาวนารีรัตน์ เกิดสุข 5002110035


ฮ่องกง - ฮ่องกงและอิตาลีตกสู่ภาวะถดถอย หลังเศรษฐกิจติดลบติดกัน 2 ไตรมาส
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : สำนักงานสถิติฮ่องกงแถลงว่า เศรษฐกิจฮ่องกงตกสู่ภาวะถดถอยในไตรมาส 3 หลังจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) หดตัว 0.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ขณะที่ไตรมาส 2 จีดีพีก็ติดลบไปแล้ว 1.4%
นางเฮเลน ชาน นักเศรษฐศาสตร์ภาครัฐ ระบุว่า การเติบโตของเศรษฐกิจฮ่องกงลดลงอย่างมากในไตรมาส 3 เพราะภาคส่งออกซบเซาท่ามกลางความต้องการในโลกที่ลดลง นอกจากนั้น ความต้องการในฮ่องกงยังได้รับผลกระทบอย่างมากจากสึนามิการเงินโลก ที่สร้างความปั่นป่วนในตลาดสินทรัพย์ท้องถิ่น
ตัวเลขล่าสุดทำให้ฮ่องกงตกอยู่ในสภาพเดียวกับสิงคโปร์ เยอรมนี นิวซีแลนด์ และอิตาลี ที่รายงานว่า ตกสู่ภาวะถดถอย โดยตัวเลขของทางการอิตาลีระบุว่า อิตาลีตกสู่ภาวะถดถอยในไตรมาส 3 ด้วยเศรษฐกิจที่หดตัว 0.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ซึ่งหดตัวไปแล้ว 0.3%
สถาบันสถิติแห่งชาติสเปนรายงานว่า เศรษฐกิจไตรมาส 3 หดตัว 0.2% เทียบกับไตรมาส 2 ถือเป็นการหดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2536
ขณะเดียวกัน บีที กรุ๊ป ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมของอังกฤษ ปลดพนักงาน 10,000 คน ภายในเดือน มี.ค. ผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณถดถอย ส่วนโรยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ วางแผนลดพนักงานราว 3,000 คนทั่วโลก ใน 2-3 สัปดาห์หน้า



คำถาม
1.ธุรกิจของฮ่องกงลดลงในไตรมาสไหน
2.ความต้องการในฮ่องกงยังได้รับผลกระทบจากอะไร
3.ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมของอังกฤษ ปลดพนักงานกี่คน ภายในกี่เดือน

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ผู้ว่า ธปท.ส่งซิกอาจลดดอกเบี้ยนโยบายไม่แรง เก็บกระสุนรอใช้จังหวะเหมาะ



จัดทำบทความโดย นางสาวลัดดาวัลย์ แสนขอนยาง เลขทะเบียน 5002110028





ผู้ว่า ธปท.ส่งซิกอาจลดดอกเบี้ยนโยบายไม่แรง เก็บกระสุนรอใช้จังหวะเหมาะ
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 33 นาทีที่แล้ว
นาง
ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ส่งสัญญาณการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ อาจจะปรับลงไม่มาก เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ หากจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาก เพราะผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีไม่มาก


"ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากปัจจัยภายนอก ผลที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ กระสุนหากใช้ผิดจังหวะอาจจะเสียเปล่า เราจำเป็นต้องเก็บกระสุนเพื่อเล็งในจังหวะที่เหมาะๆ ให้ได้ผลที่ดีกว่า"นางธาริษา กล่าว ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า ขณะที่ต่างประเทศสามารถใช้นโยบายการเงินเชิงรุก เนื่องจากเป็นปัญหาเฉพาะหน้าจึงต้องการให้เห็นผลที่เป็นรูปธรรมในเวลารวดเร็ว ซึ่งการใช้นโยบายการเงินด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยลงคราวละมากๆ จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังและรอบคอบ เพราะอาจเกิดผลเสียทางจิตวิทยาที่รุนแรงได้ เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางมีข้อมูลเชิงลึกมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ ธปท.ไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิด ขณะที่การใช้นโยบายการเงินจะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจได้รวดเร็วกว่านโยบายการเงิน และภายหลังจากที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายแล้ว ธปท.อยากเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระบบลง เพื่อช่วยลดภาระหนี้ของประชาชน และเกิดการกระตุ้นการใช้จ่ายอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าการ ธปท.ปฏิเสธที่จะระบุว่า กนง.จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมากน้อยเพียงใด เพราะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของที่ประชุมฯ ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวอีกว่า ประเทศไทยควรใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจในระยะยาว เพื่อความไม่ประมาทและเตรียมพร้อมที่จะรองรับสถานการณ์ในอนาคต เช่น การเข้าไปซื้อสินทรัพย์ราคาถูกในต่างประเทศเพื่อขยายฐานและรองรับการลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัว สำหรับในปี 51 เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของระบบธนาคารพาณิชย์อยู่ในระดับสูงถึง 15.5% ซึ่งถือว่ามีมากเพียงพอที่จะนำไปปล่อยสินเชื่อ เพียงแต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเรื่องความเสี่ยงมากขึ้น และในระยะต่อไปภาคเอกชนรายใหญ่อาจเข้ามาแย่งการกู้เงินของรายย่อยมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลือด้วยการค้ำประกันสินเชื่อรายย่อย และตั้งกองทุนช่วยเหลือเรื่องสินเชื่อแก่รายย่อย



คำถาม

ข้อ1.การใช้นโยบายการเงินด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยลงคราวละมากๆ จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังและรอบคอบ เพราะเหตุใด


ข้อ2.ในปี 51 เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของระบบธนาคารพาณิชย์อยู่ในระดับใด


ข้อ3.รัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลือในด้านใด